ลำปางเมืองรถม้า

ในสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 ปี พ.ศ.2458 รถม้าคันแรกของลำปางซื้อมาจากจังหวัดพระนคร หรือกรุงเทพมหานครในปัจจุบัน  ในสมัยเจ้าบุญวาทย์วงศ์มานิตย์ เป็นเจ้าผู้ครองนครลำปาง สมัยนั้นรถม้าเป็นที่นิยมมากในกรุงเทพฯ เป็นพาหนะของหมู่เจ้าขุนมูลนาย และใช้เป็นรถประจำตำแหน่งของข้าราชบริพารชั้นผู้ใหญ่ในราชสำนัก ต่อมากระจายความนิยมไปตามจังหวัดต่าง ๆ ทางภาคเหนือ

กระทั่งปี พ.ศ.2492 มีการก่อตั้งสมาคมล้อเลื่อนจังหวัดลำปาง ต่อมาเปลี่ยนชื่อเป็นสมาคมรถม้าจังหวัดลำปาง มี เจ้าบุญส่ง ณ ลำปาง เป็นนายกสมาคม นับเป็นจุดเริ่มต้นของกิจการรถม้าในจังหวัด

เดิมทีรถม้าในจังหวัดลำปาง มี 3 ประเภท คือ รถม้า 4 ล้อ สำหรับรับจ้างทั่วไป ใช้ม้าลาก 1-2 ตัว หรือมากกว่า ตัวถังโค้งงอเป็นรูปท้องเรือ, รถม้า 2 ล้อ จะใช้ม้าลาก 1 หรือ 2 ตัว ใช้เป็นรถฝึกม้าหรือใช้ส่วนตัว และรถม้ากระบะ จะเป็น 4 ล้อ สมัยก่อนใช้ลากขนสินค้าหรือขยะมูลฝอย

สมัยต่อมาเมื่อกรุงเทพฯ มีรถยนต์ใช้ รถม้าในเมืองหลวงก็เสื่อมความนิยมลง จึงถูกเคลื่อนย้ายไปต่างจังหวัด รวมทั้งมาเพิ่มจำนวนในจังหวัดลำปางด้วย จากการสำรวจในปี พ.ศ.2507 ลำปางมีรถม้า 185 คัน แต่จำนวนก็ลดลงเรื่อย ๆ ในปี พ.ศ.2536 รถม้าเหลือเพียง 50 คัน และในปัจจุบันเหลือแต่รถม้ารับส่งนักท่องเที่ยวเท่านั้น

ม้าในจังหวัดลำปางส่วนใหญ่ เป็นม้าพันธุ์พื้นเมือง ตัวเล็กแต่ว่องไว เชื่องและฝึกง่าย หมู่บ้านที่นิยมเลี้ยงม้าขับรถม้าในปัจจุบันคือบ้านหม้อ อำเภอเมืองลำปาง เมื่อจะนำม้ามาบริการนักท่องเที่ยว จะมีการกำบังตาม้าไว้ เพื่อป้องกันไม่ให้ม้าตื่นตกใจง่ายเมื่อเห็นสิ่งผิดปกติ

อุปกรณ์ของรถม้าลำปางที่น่าสนใจคือตะเกียงแก้ว ของแท้มาจากต่างประเทศ ปัจจุบันถูกเก็บอยู่ในพิพิธภัณฑ์วัดพระแก้ว เนื่องจากถูกเปลี่ยนมาใช้ไฟแบตเตอรี่แทน เพราะมีความสว่างกว่า กระดิ่งรถม้าแบบมี 2 ฝา ประกบกัน มีเหล็กเหยียบ เวลาดังจะมีเสียงสะท้อนเป็น 2 เสียง กังวานไพเราะเมื่อเวลาขับขี่ และเป็นสัญลักษณ์แทนเสียงม้าที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวของมันอีกด้วย

คนกับม้า จะรักและผูกพันกันเสมือนหนึ่งสมาชิกในครอบครัวเช่นเดียวกับควาย คนเลี้ยงม้าจะดูแลเอาใจใส่ม้าของตนอย่างดี แปรงขน พูดคุยกัน ให้อาหารโปรดของม้า ตอนค่ำจะสุมไฟไล่ยุงให้ หากม้าอารมณ์ดีจะใช้ปากงับเจ้าของเบาๆ เป็นการแสดงความรักตอบแทน

คนเลี้ยงม้าจะไม่ทรมานหรือรังแกม้า เพราะมีความเชื่อว่าการรังแกสัตว์จะทำให้การทำมาค้าขายไม่ขึ้น คนลำปางจึงนิยมสู่ขวัญม้า เพื่อรำลึกถึงความดีงามของม้าที่ตอบแทนผู้เป็นเจ้าของ โดยนิยมทำในเทศกาลสงกรานต์ โดยเอาน้ำขมิ้นส้มป่อยไปขอขมาที่เคยดุด่าว่ากล่าวหรือตีให้ม้าต้องเจ็บและเสียใจ จากนั้นก็จะเอาอาหารที่ม้าชอบให้กินถือว่าเป็นการเสร็จพิธี

ปัจจุบัน ท่าจอดรถม้าในจังหวัดลำปาง มีให้บริการหลายจุด คือ ข้างศาลากลางเก่าจังหวัดลำปาง หน้าวัดพระธาตุลำปางหลวง สถานีรถไฟนครลำปาง หน้าวัดเชียงราย และบริเวณหน้าโรงแรมต่าง ๆ เช่น โรงแรมเอเชีย โรงแรมทิพย์ช้าง โรงแรมเวียงนคร เวลาให้บริการ 06.00-20.00 น. อัตราค่าบริการ วิ่งรอบเมือง รอบเล็ก 200 บาท รอบใหญ่ 300 บาท หรือราคาเหมา ชั่วโมงละ 400 บาท (ราคาเหมานี้สามารถขอให้แวะจอดในวัดสำคัญได้) สนใจสามารถติดต่อ คุณน้าอินตา (รถม้าลำปาง) ได้โดยตรง มือถือ 086-915-9957 ข้อมูลอัตราการให้บริการปรับปรุงในวันที่ 8 มิถุนายน พ.ศ.2563

ขอขอบพระคุณแหล่งข้อมูลประกอบบทความ : มติชนสุดสัปดาห์ ฉบับวันที่ 14 – 20 กรกฎาคม 2560 ; ผู้เขียน ชมรมฮักตั๋วเมือง ; เผยแพร่ วันพฤหัสที่ 20 กรกฎาคม พ.ศ.2560

เที่ยวเมืองไทยไปทุกภาค

กับ อาร์พีที

อัพเดตข้อมูลการท่องเที่ยว